The Leadership Practice Gap: Carlos Alcaraz และ Adam Grant สอนอะไรเราเรื่องการชนะ

ทำไมผู้นำที่ดีที่สุดถึงฝึกซ้อมเหมือนนักกีฬาและทำไมผู้บริหารส่วนใหญ่ถึงติดอยู่ใน Performance Mode ตลอดเวลา?

เมื่อวานนี้ Carlos Alcaraz วัย 22 ปี กลายเป็นผู้ชายที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์เทนนิสที่คว้า Career Grand Slam ครบทั้ง 4 รายการ หลังจากเอาชนะ Novak Djokovic ในรอบชิงชนะเลิศ Australian Open เมื่อถูกถามว่าเขาชนะได้อย่างไรหลังจากผ่านการแข่งขันรอบรองชนะเลิศที่ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงเมื่อ 48 ชั่วโมงก่อน คำตอบของเขาตอบอย่างเรียบง่ายคือ
“Believing Believing, all the time” คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านอะไรมาก็ตาม

แต่ความเชื่อมั่นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เขาคว้าแชมป์ Grand Slam 7 สมัยก่อนอายุ 23 ปี สิ่งที่ทำให้ Alcaraz แตกต่างคือสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะก้าวลงสนามคือ การฝึกซ้อมในวัน Christmas Eve การซ้อมตีลูกนับพันครั้งกับคู่ต่อสู้ในจินตนาการ การปรับ Tactics กับทีมในช่วง Pre-season ความเชื่อมั่นนั้นเกิดจากการเตรียมตัว

นี่คือประเด็นที่ Adam Grant นักจิตวิทยาองค์กร ได้พูดถึงใน World Economic Forum เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้นำใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการ Execute ในขณะที่นักกีฬาใช้เวลาฝึกซ้อมมากกว่าการแข่งขันจริง นี่คือช่องว่างที่อธิบายว่าทำไมหลายองค์กรถึงประสบปัญหาในการพัฒนาผู้นำที่ต้องการ

The C-Minus Reality

เมื่อ Grant ถูกขอให้ให้คะแนนว่าองค์กรทำได้ดีแค่ไหนในเรื่อง Leadership Development เขาตอบทันที “C-minus” องค์กรวัดคนจากผลงานส่วนบุคคลเท่านั้น Revenue ที่สร้างได้ Code ที่เขียน Deals ที่ปิดได้ สิ่งที่ถูกลืมไปคือคนที่ควรค่าแก่การเลื่อนตำแหน่งคือคนที่ยกระดับคนอื่นด้วย

ปัญหาลึกกว่าเรื่องการวัดผล องค์กรส่วนใหญ่ไม่รู้วิธีสอน Leadership Skills พวกเขา Promote คนที่ทำผลงานดีที่สุดขึ้นมาเป็นผู้จัดการ มอบทีมให้ และคาดหวังผลลัพธ์ มันเหมือนกับการดูรอบชิงชนะเลิศ Wimbledon แล้วถูกบอกให้ไปแข่งในระดับนั้น โดยไม่เคยฝึกซ้อมเสิร์ฟเลย

สิ่งที่น่าสนใจคือที่มาของคำว่า “Soft Skills” กองทัพสหรัฐฯ เป็นผู้บัญญัติคำนี้ในยุค 1960s เพื่อจำแนกทักษะที่ไม่ต้องใช้โลหะ ปืน รถถัง เครื่องจักร ทุกอย่างอื่นเรียกว่า “Soft” แต่สิ่งที่หายไปคือ กองทัพมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นทักษะที่สำคัญยิ่ง ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่สอนทหารได้คือการนำและการทำงานร่วมกัน

From Best Practice to Better Practice

เส้นทางของ Alcaraz สู่ Australian Open เป็น Masterclass เรื่องการปรับตัว หลังจากทำงานกับโค้ช Juan Carlos Ferrero มา 7 ปี เขาตัดสินใจแยกทางในเดือนธันวาคม ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์จากภายนอกดังมากขึ้น ความสงสัย การคาดเดา คำวิจารณ์ แต่คำตอบของเขาคือ “ผมแค่ผลักดันตัวเองให้ดีขึ้นและในที่สุดก็มาถึงปีนี้”

สิ่งนี้สะท้อนสิ่งที่ Grant เรียกว่าการเปลี่ยนจาก “Best Practices” เป็น “Better Practices” เขาเล่าถึงบทสนทนากับ Larry Page ตอนที่ Page กลับมาเป็น CEO ของ Google ซึ่งความกลัวที่สุดของ Page กลัวว่า Google จะกลายเป็น “Cultural Museum” เก็บรักษา Artifacts ของอดีตไว้ในตู้กระจกแทนที่จะสร้างสิ่งใหม่

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น Best Practices ของเมื่อวานถูกสร้างขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมที่ไม่มีอยู่อีกแล้ว Alcaraz เข้าใจเรื่องนี้ แม้จะมีแชมป์ Grand Slam 6 สมัย เขายังเพิ่มน้ำหนักให้ไม้เทนนิส ปรับกลไกการเสิร์ฟ และหา Training Partners ใหม่ เขาเข้าสู่ Melbourne ไม่ใช่ในฐานะแชมป์ที่ปกป้องมรดก แต่ในฐานะผู้เรียนรู้ที่ตามหาการพัฒนา

Agility Over Ability

Grant ให้เหตุผลว่า Ability เคยเป็นสกุลเงินของความสำเร็จ จ้างคนที่ฉลาดที่สุด Promote คนที่ทำผลงานดีที่สุด แต่สกุลเงินนั้นกำลังเสื่อมค่า สกุลเงินใหม่คือ “Agility” ความสามารถในการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเข้ากับมัน และนำคนอื่นผ่านมันไป

ลองมองผ่านเหตุการณ์จริงในสนามเทนนิสที่ Alcaraz เผชิญในรอบรองชนะเลิศกับ Alexander Zverev ตามหลังอยู่ 2 เซ็ตต่อ 1 เกิดอาการตะคริวขึ้น และกล้ามเนื้อ Adductor ขวาล้มเหลว ในสถานการณ์แบบนี้เขามีเหตุผลมากพอที่จะพ่ายแพ้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Alcaraz พลิกกลับมาชนะในเซ็ตที่ 5 ทั้งที่ตามหลังอยู่ 3–5 เขาทำได้อย่างไร? คำตอบคือ การปรับตัวแบบ Real-time เล่นรุกมากขึ้นเพื่อลดการเคลื่อนไหว ไว้วางใจการเตรียมตัวด้าน Tactics หลายปี และไม่ยอมแพ้

Alcaraz เคยยอมรับว่า “ตอนที่ผมเด็กกว่านี้ มีหลายแมตช์ที่ผมไม่อยากสู้ต่อแล้ว พอผมโตขึ้นผมเกลียดความรู้สึกนั้น…
ทุกก้าวที่เพิ่ม แม้แค่วินาทีเดียวของความทรมาน วินาทีเดียวของการต่อสู้ มันคุ้มค่าเสมอ” นี่แหละคือ Agility ในการปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกาย แต่รวมถึงความยืดหยุ่นทางความคิด จิตใจ และอารมณ์ Agility ไม่ใช่พรสวรรค์ติดตัวแต่มันคือทักษะที่พัฒนาได้ แต่ต้องผ่าน Deliberate Practice เท่านั้น

Making the Room Smarter

Grant สังเกตว่าผู้นำหลายคนได้เลื่อนตำแหน่งจาก“คุณภาพของคำตอบ”แต่ความสำเร็จที่แท้จริงของผู้นำ กลับขึ้นอยู่กับ “คุณภาพของคำถาม” มากกว่า เขาอ้างถึง metric ที่เพื่อนร่วมงานอย่าง Bob Sutton ชอบใช้วัดภาวะผู้นำคืออัตราส่วนระหว่าง Statements ต่อ Questions ที่ผู้นำพูดออกมา สำหรับ Grant อุดมคติคือ หนึ่ง Statement ต่อสองหรือสามคำถาม Grant อธิบายไว้ชัดเจนว่า
“ผู้นำจำนวนมากยืนยันที่จะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้อง แต่ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ พยายามทำให้ทั้งห้องฉลาดขึ้น”

Alcaraz แสดงหลักการนี้ให้เห็นผ่านวิธีทำงานกับทีมของเขา แม้จะต้องเผชิญความวุ่นวายจากการเปลี่ยนโค้ช เขาเลือกไว้วางใจคนรอบตัว และให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวร่วมกัน มากกว่าการแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว หลังจากคว้าแชมป์รอบชิงชนะเลิศ Alcaraz กล่าวว่า “ผมคิดว่าไม่มีใครรู้ว่าผมทำงานหนักแค่ไหนเพื่อถ้วยนี้” แต่คำว่า “ผม” ในประโยคนี้
ถูกสนับสนุนโดย Ecosystem ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น training partners, โค้ช, นักกายภาพบำบัด, นักวางกลยุทธ์ ทุกบทบาทร่วมกันสร้าง Performance ที่ทำให้ชัยชนะนั้นเกิดขึ้นได้จริง

ผู้นำที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้พยายามเก่งที่สุดเพียงลำพัง แต่สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทุกคน คิดได้ดีขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น และเติบโตไปพร้อมกัน นั่นแหละคือความหมายที่แท้จริงของ “Making the Room Smarter”

The Leadership Practice Protocol

เราจะปิดช่องว่างของการฝึกซ้อมได้อย่างไร? จาก Insights ของ Grant และตัวอย่างของ Alcaraz

  • Schedule Deliberate Practice Time: นักกีฬาไม่ได้ฝึกซ้อมโดยบังเอิญ แต่การฝึกถูกใส่ไว้ในปฏิทินและได้รับการปกป้องผู้นำก็ต้องการเวลาฝึกซ้อมเช่นกัน การซ้อมบทสนทนาที่ยาก Role-play การให้ feedback และการจำลองสถานการณ์เชิงกลยุทธ์ นี่ไม่ใช่เวลาที่หายไปจาก “งานจริง” แต่มันคือการลงทุนที่ทำให้งานจริงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • Embrace the Better Practice: Mindset ตั้งคำถามกับแนวทางที่คุ้นเคย Alcaraz ไม่ได้พักผ่อนบนแชมป์ Grand Slam 6 สมัย เขาปรับการเสิร์ฟ เปลี่ยนอุปกรณ์ ปรับ Tactics สิ่งที่ได้ผลเมื่อปีที่แล้วอาจไม่ได้ผลปีนี้
  • Create Feedback Loops: Grant เน้นว่าผู้นำต้องการ Feedback ที่ตรงไปตรงมาและ “Do-overs” สร้างวงในที่ไว้ใจได้ที่จะบอกความจริง แล้วฝึกนำ Feedback นั้นไปใช้ การเติบโตต้องการแรงเสียดทาน
  • Shift from Individual Excellence to Collective Elevation: ผู้นำที่องค์กรต้องการไม่ใช่แค่นักแสดงเดี่ยวที่เก่ง พวกเขาทำให้ทุกคนรอบข้างดีขึ้น วัดและให้รางวัลสิ่งนี้ ฝึก Coaching และพัฒนาคนอื่นอย่างตั้งใจเหมือนทักษะทางเทคนิคใดๆ
  • Build Resilience Through Repetition: ความสามารถของ Alcaraz ที่จะสู้กลับจาก 3-5 ไม่ใช่แค่โชคช่วย มันคือการฝึกซ้อมนับไม่ถ้วน การฝึกจิตใจ และประสบการณ์ในช่วงเวลากดดันสูง เมื่อวิกฤตมาถึง คุณจะทำได้ตามที่คุณฝึกมา ดังนั้นต้องแน่ใจว่าได้ฝึกแล้ว

The Final Point

หลังชนะ Australian Open Alcaraz ได้เซ็นบนเลนส์กล้องถ่ายทอดสดว่า “Job finished. 4/4 Complete” มันคือจุดสุดยอดของการฝึกซ้อมหลายปี การปรับตัว และความเชื่อมั่นที่หล่อหลอมจากการเตรียมตัว

ข้อความของ Grant ถึงผู้นำก็ตรงไปตรงมาเช่นกันคือ หยุดปฏิบัติต่อ Leadership เหมือนการแสดงที่ทำไปตามสัญชาตญาณจากพรสวรรค์ และเริ่มปฏิบัติต่อมันเหมือนงานฝีมือที่ต้องการความทุ่มเทในการฝึกซ้อมเท่ากับที่นักกีฬาระดับ Elite คำถามไม่ใช่ว่าคุณมีพรสวรรค์พอที่จะนำหรือไม่ แต่คือคำถามนี้… คุณฝึกซ้อมมากพอที่จะนำได้ดีแล้วหรือยัง?

Leave a Reply