ADGES

Health and Well-Being – Secret to Blue Zone

หลังจากเข้า Wellness Camp เมื่อสองเดือนที่แล้ว แล้วโดนคุณหมอบอกว่าคนสมัยนี้อายุสั้นและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยสิ่งที่เรียกว่า Lifestyle Disease โดยเฉพาะมนุษย์ Office ที่วันๆ ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับการทำงาน ทานอาหารด่วน เครียด ปาร์ตี้หนัก แล้วกลับบ้านนอนแบบในทุกวันนี้

คุณหมอมาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดในการสร้าง Corporate Wellness ที่สร้างได้และเห็นผล แต่ต้องอาศัยพลังขับเคลื่อนจากหลายๆภาคส่วนในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมถึงการสร้างภาคีเครือข่ายเพื่อให้องค์กรเอาจริงเอาจัง แต่ก่อนที่จะไปภาพใหญ่เลยลองเอามาปรับใช้กับตัวเอง แต่ที่จะเล่าให้ฟังก็คือเป็นคนที่มีปัญหากับ Cholesterol สูงมานาน จนมาเข้าใจว่าเพราะเราชอบทานเนื้อสัตว์ จนคุณหมอแนะนำให้ทานอาหารที่มีการเพิ่มปริมาณผักและผลไม้ พอกลับมาก็เริ่มทานมื้อกลางวันและมื้อเย็นเป็นผลไม้และธัญพืช สองเดือนผ่านไปตรวจสุขภาพปรากฏว่า Cholesterol ลดลงจริงๆแล้วก็เป็น Personal Best ตามหัวข้อเลยที่เดียว ที่สำคัญรู้สึกดีมาก เบาสบายท้อง แต่ก็ไม่ได้ยากลำบากในการเปลี่ยนแต่อย่างใด

แถมตอนนี้ Netflix มีหนังที่มีชื่อว่า Live to 100: Secrets of the Blue Zone ที่พูดถึงสารคดีที่ตากล้องและนักเขียนสารคดีของทาง National Geographic คือคุณ Dan Buettner ได้ออกเดินทางไปสถานที่ทั้งห้าแห่งที่มีความหนาแน่นของผู้คนที่มีอายุมากกว่า 100 ปีสูงที่สุดในโลก เพื่อไปเรียนรู้ว่าอะไรเป็นความลับของการมีอายุยืน และเมื่อไรที่เจอสถานที่นั้นคุณ Dan ก็จะวงกลมในแผนที่โดยปากกาสีน้ำเงิน เลยได้เป็นที่มาของชื่อ Blue Zone

4 ปัจจัยหลักของความลับการมีอายุยืน

1. Move Naturally

เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องเป็นสมาชิก Gym แพงๆ แต่ผู้คนใน Blue Zone มักจะมีกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

  • By Hand ไม่ต้องอาศัยเครื่องอำนวยความสะดวกมากจนเกินไป แต่ออกแรงกันเองเช่น การผ่าฟืน นวดแป้ง หรือการนั่งอยู่กับพื้นอย่างคนที่อยู่ที่ Okinawa ที่ทั้งบ้านไม่มีเก้าอี้ต้องนั่งพื้น จนทำให้ในแต่ละวันคุณตาคุณยายต้องลุกขึ้นมาทำ Squat ไม่ต่ำกว่า 30 ครั้งจนทำให้ Core Body แข็งแรง เพราะว่ากว่าหนึ่งในการสามของการเสียชีวิตของผู้สูงอายุมาจากการหกล้ม
  • Walk สมาชิกใน Blue Zone มักจะเดินไปไหนต่อไหนมากกว่าที่จะใช้รถ แถมยังมีงานวิจัยมาอีกว่าถ้าต้องเดินขึ้นเขาลงเขาเพราะบ้านอยู่ที่ชันมากๆอายุจะยิ่งยืน เพื่อนบ้านเราอย่างสิงค์โปร์มีการเพิ่มของอายุเฉลี่ยที่สูงที่สุดในโลก และประชาชนในประเทศมีการใช้รถน้อยเพราะแพง และการใช้ Public Transportation ทำให้บังคับเดินในแต่ละวันมากกว่า
  • Garden สมาชิก Blue Zone มักที่จะปลูกผักหรือไม่ก็ชอบจัดสวน ที่ต้องมีการลุกยืนบ่อยๆ และยังใช้ชีวิตสัมผัสกับธรรมชาติ อยู่กับแสงแดด รดน้ำพรวนดิน

2. Positive Outlook is Everything

เป็นที่น่าสนใจที่ว่าคนใน Blue Zone ก็มีความเครียด แต่จะมีวิธีในการจัดการความเครียดตนเอง

  • Unwinding Regularly คนใน Blue Zone มักจะทำงานที่ใช้ร่างกายค่อนข้างมากกว่าคนปกติ และมักจะทำจนเกินวัยเกษียณด้วยซ้ำไป แต่คนใน Blue Zone จะมีวิธีในการปลดปล่อยความเครียดออกมา มากกว่าที่จะไถมือถือหรือกด Remote TV เปลี่ยนช่องไปมา โดยมักที่จะใช้เวลาในการ Socialize เต้นรำ หรือตั้งวงกันหลังเลิกงาน
  • Finding Faith คนใน Blue Zone มีความเชื่อในศาสนาหรือสิ่งที่เหนือกว่าเหตุผล ที่ต้องใช้ศรัทธาและยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และรู้จักที่จะปล่อยวางกับสิ่งที่เกิดมาแล้ว โดยไม่ต้องไปหาสาเหตุอะไรมากมาย ก็แค่ยอมรับมัน  หลายคนเลือกที่ทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นตามความเชื่อของศาสนาของตน
  • Developing a Sense of Purpose คนไทยมักที่จะรู้จัก Ikigai หรือเหตุผลที่เราตื่นในทุกๆเช้า แต่ที่ Costa Rica ที่แนวคิดคล้ายๆ กันโดยมีคำว่า Plan De Vida หรือที่แปลว่า Soul’s Purpose อะไรคือสิ่งที่เราสามารถที่จะทำให้กับผู้อื่นรวมถึงชุมชนที่เราอยู่ได้

3. Eating Wisely

สิ่งที่ทานและปริมาณที่ทานเข้าไป มีผลต่อสุขภาพและความมีอายุยืนยาวอย่างเลี่ยงไม่ได้

  • Plant-Based ประชากร Blue Zone ส่วนมากทานอาหารที่มีธัญพืชหรือโปรตีนทางเลือกที่ไม่ได้มาจากเนื้อสัตว์ ตัวผมเองถ้าไม่ให้มีเนื้อเลยอาจจะลำบากในการใช้ชีวิต คุณหมอที่ Wellness Camp เลยแนะนำอาหารที่มีชื่อว่า DASH Diet ที่มาจากคำว่า Dietary Approaches to Stop Hypertension หรือ อาหารเพื่อหยุดความดันโลหิตสูง ที่เพิ่มผักผลไม้ ลดเนื้อ และการปรุงรส
  • Wine ประชากร Blue Zone ดื่ม Wine วันละแก้วสองแก้วเป็นประจำ
  • Moderation ทานอย่างพอประมาณ คนที่ Okinawa มีคำกล่าวว่า Hara Hachi Bu ซึ่งมีความหมายว่าให้หยุดทานเมื่อมีความอิ่มได้ประมาณ 80% ในหลายๆ Blue Zone ยังมีการปฏิบัติในรูปแบบคล้ายๆกับการทานอย่างมีสติ ซึ่งก็คือ การทานช้าๆ และอยู่กับกิจกรรมการทานจริงๆ ไม่ใช่ทานไปอ่าน line ไป

4. Connect with Others as often as possible

คนใน Blue Zone มีความรู้สึกเชื่อมโยงกับชุมชนตัวเองตั้งแต่เกิดจนตาย

  • Family First ครอบครัวใน Blue Zone มีความเชื่อในการอยู่ร่วมกันเป็นหลายๆ Generation และมีงานวิจัยที่บอกว่าถ้าผู้สูงอายุต้องไปอยู่ที่บ้านพักคนชราแล้ว อายุจะสั้นลงไปถึง 6 ปีเลยทีเดียว ผู้สูงอายุจะช่วยดูแลลูกหลานสอนหนังสือ รับส่งหลานๆไปโรงเรียน ทำให้ไม่เบื่อ
  • Partnership คนใน Blue Zone ดำรงชีวิตรักที่ยาวนาน และเติมไฟรักและ Romantic อย่างยาวนาน
  • Right Tribe การมีกลุ่มเพื่อน For Life เป็นสิ่งที่สำคัญเพราะอารมณ์และความรู้สึกเป็นสิ่งที่ส่งต่อให้กันละกันได้ ใน Okinawa ผู้สูงอายุจะมีสิ่งที่เรียกว่า ก๊วนซี้ หรือ Moai นั้นคือกลุ่มเพื่อนที่คอย Support ซึ่งกันละกัน รวมถึงเรื่องการเงินจำนวนไม่มากแต่สิ่งที่สื่อว่าเรา Care นะ

ตอนนี้ Blue Zone กลายเป็น Concept ของการสร้างชุมชนให้มีอายุยืนโดยเริ่มที่ประเทศอเมริกา โดยเอา Pain Point ของชีวิตคนเมืองมาเป็นตัวตั้งต้น เช่น เปลี่ยนพื้นที่ถนนให้ลดลงและทำให้เป็นสวนแทน เอาอาหารและเครื่องดื่มที่ดีและมีประโยชน์ทำให้หากินได้ง่าย อะไรที่ไม่ดีต้องขับออกนอกเมืองไปทานเอาเอง

ส่วน Original Blue Zone ทั้งห้าสถานที่เองก็ต่อสู้กับกระแสการใช้ชีวิตสมัยใหม่ รวมถึงอาหารการกิน Fast Food และการดำเนินชีวิตแบบเน้นสะดวก และก็ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด ทำให้อายุเฉลี่ยกลับลดน้อยถอยลงไปอย่างน่าใจหาย แต่ยังมีบางประเทศที่วางแผนเรื่องสุขภาวะอนามัยได้ดี ในเอเชียเองประเทศอย่างสิงค์โปร์ก็ถือว่าเป็นประเทศต้นแบบในการสร้างสังคมที่มีสุขภาวะที่ดี โดยสะท้อนจากตัวชี้วัดทางสุขภาพ รัฐบาลมีการให้รางวัลถ้าประชาชนเดินนับก้าวได้ตามที่ตกลงกันไว้

ส่วนในเมืองไทยเองมีหลากหลายองค์กรและหน่วยงานที่พยายามที่จะขับเคลื่อน แนวคิดเรื่องสุขภาวะ และหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดนั้นก็คือมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆท่านๆ ที่มักจะใช้ชีวิตตามความเคยชินเป็นสิบๆปี นอนน้อย เครียด ขยับตัวน้อย Party เยอะ พักจากประชุมก็มีทั้ง กาแฟ น้ำตาล ขนม เค้ก ยิ่งการมาของ COVID ทำให้หลายคนหมุนเวียนวงจรชีวิตระหว่าง เตียง โต๊ะทำงาน และตู้เย็น สิ่งเหล่านี้ต้องเปลี่ยนเพราะเรากำลังส่งผลกระทบมหาศาลให้กับพนักงานองค์กรและครอบครัวของเขา เด็กรุ่นใหม่โตมาพร้อมทั้ง Mindset ในการทานอาหารที่ผิด การใช้เครื่องทุ่นแรง ลด Physical activity ไม่ออกกำลังกาย และการหวังรวยทางลัดและเร็ว รวมถึงอวดรวย ทำงานกันอย่างหนักหน่วง Party กันมากเกินไป

Source: Dr.Nattavut Kulnides